วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

บันทึกการอ่าน

วันที่ ๑๖  กุมภาพันธ์ พ.๒๕๕๙
ทีมา:นิรันดร์  สุวรัตน์.ฟิสิกส์.เส้นรงไฟฟ้า(electric line of force).บริษัท สำนักพิมพ์ พ.ศ. พัฒนาจำกัด. 
 หน้า ๓๔-๓๖
สาระสำคัญ
เส้นรงไฟฟ้า(electric line of force)
                จากความรู้เรื่องสนามไฟฟ้าเนื้องจากจุดประจุพบว่าสนามไฟฟ้าเนื่องจากจุดประจุบวกมีทิศทางพุ้งออกจากจุดประจุบวกทุกทิศทาง และสนามไฟฟ้าเนื้องจากจุดประจุประจุลบมีทิศทางพุ้งเข้าหาจุดประจุลบลบทุกทิศทาง เส้นต่างๆที่ใช้เขียน เพื่อแสดงทิศของสนามไฟฟ้าในบริเวณรอบๆจุดประจุจะเรียกว่า เส้นแรงไฟฟ้า หรือเส้นสนามไฟฟ้าอาจกล่าวว่าเส้นแรงไฟฟ้า ใช้แทนทิศแรงที่กระทำต่อประจุบวกที่วางอยู่บริเวณที่มีสนามไฟฟ้าถ้าสนามไฟฟ้าทีพิจารนาเป็นสนามไฟฟ้าเนื่องจากจุดประจุมากกว่า 1 จุดประจุ เส้นแรงไฟฟ้าจะเป็นเส็นแสดงทิศทางของสนามไฟฟ้าลัพธ์มีทิศเดียวกับทิศของแรงลัพธ์ที่กระทำต่อประจุบวก

คุณสมบัติของเส้นแรงไฟฟ้า
1.เส้นแรงไฟฟ้าพุ้งออกจากจุดประจุไฟฟ้าบวก
2.เส้นแรงไฟฟ้าแต่ละเส้นจะไม่ตัดกันเลย
3.เส้นแรงไฟฟ้าจากประจุไฟฟ้าชนิดเดียวกัน ไม่เสริมเป็นแนวเดียวกัน แต่จะเบนแยกออกจากกันเป็นแต่ละแนว
4.เส้นแรงไฟฟ้าที่พุ้งออกหรือพุ้งเข้าสู่ผิวของวัตถุย่อมตั้งฉากกับผิววัตถุนั้นๆเสมอ
5.เส้นแรงไฟฟ้า จะไม่พุ้งผ่านวัตถุตัวนำเลย  เส้นแรงไฟฟ้าจะสิ้นสุดอยู่ที่ผิวของวัตถุตัวนำเท่านั้น



วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

บันทึกการอ่าน

วันที่ ๑๕  กุมภาพันธ์ พ.๒๕๕๙
ทีมา:สำราญ    พฤกษ์สุนทร.เคมี.ปิโตรเลียม(Petroleum).บริษัท สำนักพิมพ์ พ.ศ. พัฒนาจำกัด. 
 หน้า ๒๒๓-๒๒๕
สาระสำคัญ

ปิโตรเลียม(Petroleum)
                กำเนิดและแหล่งปิโตรเลียม
                ปิโตรเลียม(Petroleum) มาจากรากศัพท์ภาษาละติน 2 คำ คือ เพทรา (Petra)แปลว่าหินและโอลิอุม(Oleum)แปลว่า น้ำมัน เมื่อรวมกันหมายถึงน้ำมันที่ได้จากหินปิโตรเลียมเป็นแหล่งเชื้อเพลิงอีกชนิดหนึ่งที่เป็นเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์
                ปิโตรเลียมเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของซากพืช ซากสัตว์ที่ทับถมและฝั่งตัวอยู่ใต้พื้นดินโดยมีแบคทีเรียความร้อน และความกดดันของชั้นดินและหินที่ทับอยู่เป็นเวลานานหลายล้านปี ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของซากพืชซากสัตว์ดังกล่าวเป็นการแยกสลายภายใต้สภาวะไม่มีออกซิเจนจึงทำให้สารอินทรีย์ในซากพืช ซากสัตว์กลายเป็นสารไฮโดรคาร์บอนในสถานะต่างๆกัน เช่น ในสถานะของเหลวคือน้ำมันดิบ ในสถานะแก๊สคือแก๊สปิโตรเลียมหรือแก๊สธรรมชาติโดยทั้วไปปิโตรเลียมถูกเก็บกักอยู่ภายใต้พื้นโลกในชั้นหินดินดาน ซึ่งเป็นหินที่ทึบช่วยป้องกันการละเหยของปิโตรเลียมและแทรกตัวอยู่ใต้ชั้นหินที่มีรูพรุนที่สามารถอุ้มน้ำมันไว้ได้
                สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่เกิดขึ้นแทบทั้งหมดเป็นไฮโดรคาร์บอนชนิดอิ่มตัว ที่เรียกว่า

แอลเคน มีตั้งแต่โมเลกุลที่สุดคือมีเทน จนถึงสารประกอบไฮโดรคาร์บอนอะตอมเป็นองค์ประกอบหลายอะตอม ส่วนในแก๊สธรรมชาติที่พบมากมี ในปิโตรเลียมนอกจากจะมีแอลเคนแล้วยังมีไฮโดรคาร์บอนชนิดอื่นปนอยู่ด้วย เช่น อะโรเมติกไฮโดรคาร์บอน แอลคีน นอกจากนั้นยังมีสารประกอบของกำมะถัน คาร์บอนไดออกไซด์ ไฮโดรเจน ไนโตรเจน และสารอื่นๆปนอยู่เล็กน้อย



วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

บันทึกการอ่าน


วันที่ ๑๔  กุมภาพันธ์ พ.๒๕๕๙
ทีมา:จอม รุ่งสว่าง.ตำราพิชัยสงคราม.แผนศึก.ตถาตา พับลิเคชั่น, บจก. 
 หน้า ๑-๔

สาระสำคัญ

แผนศึก

        การสงครามเป็นงานยิ่งใหญ่ มีความสำคัญต่อชาติใหญ่หลวง ชี้ขาดความเป็นตายคนในชาติ
เกี่ยวข้องกับความอยู่รอดของชาติ จึงต้องคิดอ่านพิจารณาด้วยความรอบคอบอย่างถึงที่สุด ฉะนั้น
จะต้องคิดคำนึงถึงเรื่องสำคัญ ๕ ประการ และพิจารณาเปรียบเทียบ ๗ ประการ เพื่อเข้าใจ
สถานการณ์ได้ถ่องแท้  ๕ ประการดังกล่าว ได้แก่
๑. หนทาง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนแต่ละชั้นว่าสามารถอยู่ร่วมกัน ตายร่วมกันได้
เพียงใด ( การเมืองภายใน )
๒.สภาพแวดล้อม เงื่อนไขเอื้ออำนวยของจังหวะเวลา และภูมิอากาศ
๓.สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์
๔.แม่ทัพนายกอง ลักษณะคน
๕.กฎ ระเบียบ วินัย
ปกติการคิดคำนึง และศึกษาเรื่องราว ๕ ประการ แม่ทัพนายกองทุกคนเข้าใจดีอยู่แล้ว
แต่ผู้เข้าใจลึกซึ้งกว่าเป็นผู้ชนะ ผู้เข้าใจลึกซึ้งน้อยกว่าเป็นผู้ไม่อาจชนะ
ฉะนั้นเพื่อให้เข้าใจลึกซึ้งกว่าจำเป็นต้องมีการพิจารณาเปรียบเทียบอีก ๗ ประการ ดังนี้ :-
๑. ผู้นำประเทศฝ่ายใดกำจิตใจคนในชาติมากกว่ากัน
๒.แม่ทัพนายกองฝ่ายใดมีความสามารถมากกว่ากัน
๓.เงื่อนไขทางภูมิศาสตร์ฝ่ายใดได้เปรียบ
๔.ฝ่ายใดรักษากฎ ระเบียบ วินัย เคร่งครัด กว่ากัน
๕.กองทัพฝ่ายใดเข้มแข็งกว่ากัน
๖.ทหารหาญฝ่ายใดได้รับการฝึกมามากกว่ากัน
๗.การให้รางวัล และการลงโทษ ฝ่ายใดมีความยุติธรรมกว่ากัน

บันทึกการอ่าน

วันที่ ๑๔  กุมภาพันธ์ พ.๒๕๕๙
ทีมา:สัจจา จันทรวิเชียร.ความรู้รอบตัว.คนไทยอ่านหนังสือ 35 นาที/วัน ต่ำกว่าเพื่อนบ้าน 
 หน้า ๔-๖
สาระสำคัญ
คนไทยอ่านหนังสือ 35 นาที/วัน ต่ำกว่าเพื่อนบ้าน
เร็วๆนี้ สานักงานสถิติแห่งชาติเผยผลสำรวจการอ่านหนังสือ
ของคนไทยปี่ 2554 พบว่าผู้อ่านหนังสือที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไปใช้
เวลาอ่านหนังสือเฉลี่ย 35 นาทีต่อวัน โดยกลุ่มเด็กและเยาวชนใช้
เวลาอ่านหนังสือฯ เฉลี่ย 39 - 43 นาทีต่อวัน มากกว่ากลุ่มวัยทางาน
และสูงอายุที่ใช้เวลาอ่านหนังสือเฉลี่ยประมาณ 31 - 32 นาทีต่อวัน
นอกจากนี้ยังพบว่าคนไทยอ่านหนังสือน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านใน
กลุ่มประเทศอาเซียน โดยอ่านปีละประมาณ 2-5 เล่ม ขณะที่คน
มาเลเซียมีการอ่านหนังสือ ปีละ 40 เล่ม คนสิงคโปร์อ่านหนังสือปีละ
40-50 เล่ม คนเวียดนามอ่านปีละ 60 เล่ม
แม้ว่าปี 2552 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้การอ่านเป็นวาระ
แห่งชาติ กำหนดให้ 2 เมษายนของทุกปีเป็นวันรักการอ่าน และปี
2552 -2561 เป็นทศวรรษแห่งการอ่าน แต่จากสถิติข้างต้นสะท้อน
ว่าการอ่านยังไม่เป็นวัฒนธรรมไทย โอกาสในการเข้าถึงสื่อการอ่านยัง
มีความไม่เท่าเทียมกันระหว่างคนเมืองและคน ชนบท ตัวเลขการอ่าน
หนังสือของเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 6 ปีซึ่งเป็นวัยที่ควรได้รับการปลูกฝัง
ยังอยู่ในอาการน่าเป็นห่วง

บันทึกการอ่าน

วันที่ ๑๓  กุมภาพันธ์ พ.๒๕๕๙
ทีมา:กรมขนส่งทางบก.การใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย.การข้ามถนน.กรมขนส่งทางบก.
 หน้า ๔-๖
สาระสำคัญ

การข้ามถนนให้ปลอดภัยต้องข้ามในที่ที่จัดไว้ให้โดยเฉพาะ
1.การข้ามทางม้าลาย  เป็นการข้ามถนนซึ่งอาจมีอันตรายอยู่บ้างถ้าผู้ขับขี่ไม่มีวินัยและมารยาท คนข้ามถนนจึงต้องมีความระมัดระวังและให้โอกาศแก่รถที่ชะลอความเร็ว และหยุดให้เรียบร้อยก่อนจึงเดินข้ามถนน
2.การข้ามสะพานลอย เป็นการข้ามที่ปลอยภัยที่สุดเพราะไม่ต้องเสี่ยงกับรถที่อาจฝ่าฝืนกฎจราจรและไม่ยอมหยุดรถให้คนข้าม
3.การข้ามถนนบริเวณที่มีตำรวจจราจรควบคุม เป็นการข้ามถนนที่ปลอยภัยอีกด้านหนึ่ง โดยตำรวจจราจรจะห้ามรถที่วิ่งให้หยุด แล้วใช้สัญญาณการเดินข้าม ซึ่งสัญญาณที่ตำรวจใช้มี 2 อย่าง ได้แก่ สัญญาณมือและสัญญาณนกหวีด
                                                                                                                                     
สัญญาณมือมีดังนี้
1.เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ยืดและเหยียดแขนซ้ายออกไปเสมอระดับไหล่ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถมาทางด้านหลังของเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องหยุดรถ แต่ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ลดแขนข้างที่เหยียดออกไปนั้นลงและโบกมือไปข้างหน้าให้ผู้ขับขี่ซึ่งหยุดรถอยู่ทางด้านหลังขับรถผ่านไปได้
2.เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ยืดและเหยียดแขนข้างใดข้างหนึ่งออกไปเสมอระดับไหล่และตั้งฝามือขึ้นผู้ขับขี่ที่ขับรถมาทางด้านนั้นต้องหยุดรถแต่ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่พริกฝ่ามือที่ตั้งอยู่นั้นแล้วโบกผ่านศีรษะไปทางด้านหลังให้ผู้ขับขี่ซึงหยุดรออยู่นั้นขับรถผ่านไปได้

สัญญาณนกหวีด
1.เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใช้เสียงสัญญาณนกหวีดยาวหนึ่งครั้งให้ผู้ขับขี่หยุดรถทันที
2.เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใช้เสียงสัญญาณนกหวีดสั้นสองครั้งติดต่อกันให้ผู้ขับขี่รถผ่านไปได้



วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

บันทึกการอ่าน

วันที่ ๑๒  กุมภาพันธ์ พ.๒๕๕๙
ทีมา:นายแพทย์ กมล แสงทองศรีกมล.โรคติดอินเทอร์เน็ต.โรคติดอินเตอร์เน็ต.พิมพ์ดี บจก. 
 หน้า ๑-๕
สาระสำคัญ

    อุบัติการณ์ของโรคติดอินเตอร์เน็ตขึ้นอยู่กับความจริงที่ว่าอินเตอร์เน็ตมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึกของมนุษย์ ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเข้าเกณฑ์การวินิจฉัยโรคติดอินเตอร์เน็ต ซึ่งกลุ่มนี้ติดอินเตอร์เน็ตภายในเดือนถึงร้อยละ 25 ได้รายงานความรู้ที่เกิดขึ้นจากคอมพิวเตอร์ว่าเป็นความรู้สึกมั่นคงทางจิตใจและเบิกบานใจที่สามารถควบคุมเทคโนโลยีได้

อาการของผู้ที่เป็นโรคติดอินเตอร์เน็ต มีดังนี้
1.รู้สึกหมกมุ่นกับอินเตอร์เน็ต แม้เวลาที่ไม่ได้ต่อเข้าอินเตอร์เน็ต
 2.มีความต้องการใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเวลามากขึ้นอยู่เรื่อยๆ
3.ไม่สามารถควบคุมการใช้อินเตอร์เน็ตได้
4.รู้สึกหงุดหงิดเมื่อใช้อินเตอร์เน็ตน้อยลง หรือหยุดใช้
5.คิดว่าเมื่อใช้อินเตอร์ ตัวเองรู้สึกดีขึ้น
6.ใช้อินเตอร์เน็ตในการหลีกเลี่ยงปัญหา
7.หลอกคนในครอบครัวหรือเพื่อนในการใช้อินเตอร์เน็ตของตนเอง
8.มีอาการผิดปกติเมื่อเลิกใช้อินเตอร์เน็ต เช่น หดหู่ กระวนกระวาย เป็นต้น
    ถึงแม้อินเตอร์เน็ตนั้นสร้างความสะดวกสบายให้แก่เรา แต่ถ้าหากเราไม่รู้จักใช้อินเตอร์เน็ตไปในทางบวก มันก็อาจส่งผลกระทบที่ไม่ดีกับเราได้
 เราควรปรับเปลี่ยนนิสัยตนเองที่ชอบหมกมุ่นอยู่กับอินเตอร์เน็ตในเวลาที่ไม่จำเป็นที่ต้องใช้อินเตอร์เน็ต เรียนรู้การใช้อินเตอร์ในทางบวกและหลีกเลี่ยงการใช้อินเตอร์เน็ตในทางลบเพราะอาจส่งผลถึงอารมณ์และความรู้สึกหรือสุขภาพจิตเสียได้

บันทึกการอ่าน

วันที่ ๑๑  กุมภาพันธ์ พ.๒๕๕๙
ทีมา:samadhinet.เคล็ดลับในการสร้างความจำ. เคล็ดลับในการสร้างความจำ.www.geocities.com .
 หน้า ๒-๔
สาระสำคัญ

ความสามารถในการจำของมนุษย์มีความพิเศษเหนือสัตว์อื่นๆ ความจำ เป็นสิ่งวิเศษที่เราสามารถเรียกคืน ประสบการณ์เก่าๆ กลับมาอีกครั้ง   ความ จำเป็นสิ่งไม่ตาย แต่สถิตถาวรภายใต้จิตสำนึก หากเรามีการฝึกฝนที่ดี เราสามารถเรียกความจำเก่าๆ ในชีวิตปัจจุบัน และแม้แต่ในอดีตชาติก่อนๆ กลับมาได้
       ความจำของเราถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ความจำชั่วคราว และ ความจำถาวร การฝึกฝนความจำในแบบต่างๆคือการฝึกสมาธิ การศึกษาช่วยเพิ่มความสามารถในการจำได้ ผู้ที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ต้องเป็นคนที่มีความจำดี  วิธีการจัดการดังนี้                                                                                             
 1.การบริหารร่างกาย เช่น การฝึกโยคะ การรำมวยจีน เป็นต้น สามารถพัฒนาความจำได้โดยที่เรามีสติกับการเคลื่อนไหวร่างกาย                                          
    2.อาหาร ที่เพิ่มความจำ คือ เมล็ดอัลมอลด์นำมาบดผสมกับน้ำมะนาว หรือ น้ำส้ม และดื่มก่อนนอนทุกคืนจะช่วยให้ความจำดีขึ้น การดื่มนม และกินเนยแข็ง (Cheese) จึงเพิ่มพลังงานให้สมอง                                                                                                                                                                        
   3.การฝึกบริหารความจำ คือสามารถแก้ไขด้วยการฝึกสมาธิพัฒนาจิตสม่ำเสมอ                                                                                                           
    4.การฝึกสมาธิเสริมสร้างความจำ การเพิ่มพลังความจำ เราต้องทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจมั่น คนส่วนมากทำทุกอย่างแบบไร้สติ