วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

บันทึกการอ่าน

วันที่ ๑๑  กุมภาพันธ์ พ.๒๕๕๙
ทีมา:samadhinet.เคล็ดลับในการสร้างความจำ. เคล็ดลับในการสร้างความจำ.www.geocities.com .
 หน้า ๒-๔
สาระสำคัญ

ความสามารถในการจำของมนุษย์มีความพิเศษเหนือสัตว์อื่นๆ ความจำ เป็นสิ่งวิเศษที่เราสามารถเรียกคืน ประสบการณ์เก่าๆ กลับมาอีกครั้ง   ความ จำเป็นสิ่งไม่ตาย แต่สถิตถาวรภายใต้จิตสำนึก หากเรามีการฝึกฝนที่ดี เราสามารถเรียกความจำเก่าๆ ในชีวิตปัจจุบัน และแม้แต่ในอดีตชาติก่อนๆ กลับมาได้
       ความจำของเราถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ความจำชั่วคราว และ ความจำถาวร การฝึกฝนความจำในแบบต่างๆคือการฝึกสมาธิ การศึกษาช่วยเพิ่มความสามารถในการจำได้ ผู้ที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ต้องเป็นคนที่มีความจำดี  วิธีการจัดการดังนี้                                                                                             
 1.การบริหารร่างกาย เช่น การฝึกโยคะ การรำมวยจีน เป็นต้น สามารถพัฒนาความจำได้โดยที่เรามีสติกับการเคลื่อนไหวร่างกาย                                          
    2.อาหาร ที่เพิ่มความจำ คือ เมล็ดอัลมอลด์นำมาบดผสมกับน้ำมะนาว หรือ น้ำส้ม และดื่มก่อนนอนทุกคืนจะช่วยให้ความจำดีขึ้น การดื่มนม และกินเนยแข็ง (Cheese) จึงเพิ่มพลังงานให้สมอง                                                                                                                                                                        
   3.การฝึกบริหารความจำ คือสามารถแก้ไขด้วยการฝึกสมาธิพัฒนาจิตสม่ำเสมอ                                                                                                           
    4.การฝึกสมาธิเสริมสร้างความจำ การเพิ่มพลังความจำ เราต้องทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจมั่น คนส่วนมากทำทุกอย่างแบบไร้สติ


บันทึกการอ่าน

วันที่ ๑0  กุมภาพันธ์ พ.๒๕๕๙
ทีมา:ชิษณุพงศ์  ธัญญลักษณ์.คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ.ความหมายของคอมพิวเตอร์.
 หน้า ๑-๕
สาระสำคัญ
ความหมายของคอมพิวเตอร์
                คอมพิวเตอร์ (computer) เป็นอุปกรณ์ทางไฟฟ้าชนิดหนึ่งทีสามารถจำข้อมูลต่างๆได้สามารถคิดคำนวณตัวเลข สามารถตอบสนองการทำงานของผู้ใช้งานและยังสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าบางชนิด เพื่อสั่งให้อุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านั้นทำงานตามคำสั่งได้
หน่วยของคอมพิวเตอร์ประกอบด้วย  ๔ หน่วย
.หน่วยรับข้อมูล
  หน่วยรับข้อมูลหรืออินพุต (Input) ส่วนที่ใช้รับข้อมูลและคำสั่งจากภายนอกเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อ
นำไปประมวลผล ได้แก่ แป้นพิมพ์   เมาส์  เป็นต้น

.หน่วยแสดงผล
หน่วยแสดงผลหรือเอาต์พุต (Output) เป็นส่วนที่ใช้แสดงผลลัพธ์จากการประมวลผลออกมาในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ จอภาพ   ลำโพง  เป็นต้น

.หน่วยประมวลผล
หน่วยประมวลผลจะมีหน่วยประมวลผลกลาง หรือ ซีพียู (CPU) เป็นอุปกรณ์หลัก เมื่อข้อมูลเข้าสู่ระบบแล้ว หน่วยประมวลผลจะทำหน้าที่ประมวลผลตามคำสั่ง

.หน่วยความจำ
หน่วยความจำ (Memory  unit) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เก็บโปรแกรมสำหรับควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยหน่วยความจำหลักและอุปกรณ์เก็บสำรองข้อมูล ได้แก่ การ์ดหน่วยความจำ แผ่นซีดี หรือ ดีวีดี เป็นต้น 

วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

บันทึกการอ่าน

วันที่ ๙  กุมภาพันธ์ พ.๒๕๕๙
ทีมา:Mark Douglas.rading in the zone.หลุมพราง และ ความอันตรายของการเทรด.Nsix, สนพ.
 หน้า ๑-๕
สาระสำคัญ

- คำถาม : คุณเข้ามาในตลาดเพราะอะไร คำตอบที่แน่นอนคือ การแสวงหากำไร นั่นคือทัศนคติแรกที่เกิดขึ้นในสมองของคุณเมื่อเริ่มการเทรด ซึ่งจะทำให้คุณตอบสนองตลาดไปในทางที่มีความกล้า ความประมาท และ ทำให้เกิดความมั่นใจผิดๆ (การหาข้อมูลต่างๆมาสนับสนุนหุ้นโดยไม่ยอมcutlossออกไป)
- ตลาดเป็นสิ่งที่ถือว่ามีอิสระสูงสุด เราจะสามารถเปิดและปิดสถานะเมื่อไหร่ก็ได้ เราสามารถเทรดอะไรก็ได้ แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่สามารถเอาชนะการเทรดได้คือ สภาวะจิตใจเราไม่ได้ถูกออกแบบให้มารองรับกับสภาวะที่มีอิสระมากขนาดนั้น สมองเราจะทำงานได้ดีในระบบที่เป็นรูปแบบซ้ำเดิม (เช่น ภาษา ความคิดเชิงตรรกะ คณิตศาสตร์) ดังนั้นเราต้องสร้างกฏข้อบังคับ ระเบียบต่างๆ เข้ามาใช้ในการทำงานร่วมกับตลาด เพื่อให้การเทรดเป็นสิ่งที่เราควบคุมได้
- สาเหตุหลักของการเทรดที่ล้มเหลวส่วนใหญ่มาจากการที่เราพบเจอกับลักษณะทางจิตวิทยาที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว (เช่น ความโลภ มันจะทำให้เรามั่นใจในทางที่ผิดๆ ซึ่งส่งผลให้เราทำกำไรหายไป การเข้าไปเทรดในผลิตภัณฑ์ที่เสี่ยงเกินไปโดยที่ไม่ศึกษาที่ดีก่อน และ หากคุณโชคดี คุณอาจจะเทรดได้กำไรมาก แต่เมื่อคุณเทรดพลาดมันจะพาคุณลงไปสู่วังวนแห่งความผิดพลาด คุณจะยิ่งกล้าเสี่ยงมากขึ้น การอธิบายถึง คนที่เล่นพนันจนหมดตัวน่าจะเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ทำไมถึงเขาขายบ้านขายรถ เพื่อที่จะมาแก้มือ ไม่ได้มีใครบังคับให้เขาทำเช่นนั้น แต่เขาทำเพราะว่าเขามั่นใจในทางที่ผิด โดยไม่ได้กำหนดความเสี่ยงของตัวเองไว้เลย คุณว่าเงินที่เขากู้มาจะทำให้เขากลับไปเท่าทุนได้ไหม แน่นอนที่ว่าคนส่วนใหญ่ทำเช่นนั้นไม่ได้ เพราะเขาหัวเสียแล้วควบคุมจิตใจไม่ไดอีกแล้วนั่นเอง
ความอันตรายของการเทรด
- ความอันตรายของระบบจิตใจของเราคือ เรามักจะถูกปลูกฝังในแบบที่คล้ายๆกัน เช่น เมื่อตอนเด็กๆ พ่อแม่จะไม่ให้เรายุ่งกับของที่แตกได้ เราก็จะมีการฝังใจในแบบนั้น การที่เราเกิดมาในครอบครัวของนักกีฬา พ่อแม่จะชักจูงให้เราเป็นนักกีฬา และ ปิดกั้นสิ่งอื่นๆ คุณก็จะทำตามพวกเขา และ ก็อยากได้รับการยอมรับจากพวกเขา จนคุณไม่รู้สึกเป็นตัวเอง ความรู้สึกจะถูกกดไว้ ทางจิตวิทยาจะเรียกอารมณ์เหล่านี้ว่า สภาวะสุญญากาศทางอารมณ์ นักวิทยาศาสตร์พบว่า ธรรมชาติเกลียดการเป็นสุญญากาศ เห็นได้ชัดเมื่อเราดูดขวดเพื่อจะเอาอากาศออก ปากเราจะเจ็บมากๆ เพราะมีแรงต้านไม่ให้เกิดสุญญากาศ เช่น เมื่อมีคนตีมาเราจะตีกลับ แต่หากเราไม่กล้าตีกลับ ความเจ็บปวดนั้นจะฝังไปในใจ หากเราไม่ได้ตีกลับ เราจะหาการทำให้อารมณ์นั้นหายไปในรูปแบบอื่น เมื่อโตขึ้นการระงับอารมณ์เหล่านี้จะง่ายขึ้น เพราะเราสามารถทำให้อารมณ์นั้นหายไปในใจ แต่ถ้าเป็นการที่คุณพึ่งเสียเงินไปให้กับตลาดสัก 1 ล้านล่ะ คุณว่าอารมณ์นี้ จะถูกทำให้หายไปได้โดยง่ายไหม
- การป้องกันการเกิดสภาวะสุญญากาศในการเทรด สามารถทำได้โดยกำหนดความเสี่ยงไว้ตั้งแต่เริ่มต้น ต้องเชื่อว่า การขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของการเทรด ยอมตัดขาดทุนเมื่อคุณผิดทาง สร้างระบบและวางแผนการเทรดไว้ล่วงหน้า ไม่นำอารมณ์เข้ามาเป็นส่วนร่วมในระบบ ถ้าคุณทำได้คุณจะกล้าเข้าไปเทรดในตลาดที่น่ากลัว (ซึ่งส่วนใหญ่สถาวะอารมณ์ตลาดแบบนั้นมักจะเป็นจุดต่ำสุด) แต่ถ้าคุณผิดทางก็เพียงแค่ตัดขาดทุนเท่านั้นเอง
- ปัญหาหลักที่มักจะพบเจอ : 1.ผู้คนมักจะไม่เต็มใจที่จะสร้างกฏขึ้นมา มักจะต่อต้านว่า การเทรดเป็นเรื่องง่ายๆที่ไม่มีอะไรตายตัว 2.เรามักที่จะบอกว่าการได้กำไรนั้นเป็นความสามารถของเรา แต่กับการที่ขาดทุนเป็นเพราะตลาดเอง โดยปัดความรับผิดชอบออกไป 3.การติดใจในกำไรแบบสุ่ม (พบมากในคนที่เสพติดlotto และ พนัน) เป็นการต่อต้านความสม่ำเสมอที่เกิดขึ้น 4.คนเรามักจะปรับสภาวะแวดล้อมเข้าหาตัวเอง แทนที่จะปรับตัวเองให้เข้ากับสภาวะแวดล้อม



บันทึกการอ่าน

วันที่ ๘   กุมภาพันธ์ พ.๒๕๕๙
ทีมา:โรแวน กิ๊บสัน.คิดใหม่เพื่ออนาคต (Rethinking the future).(Rethinking the future). ผู้จัดการ สนพ.
 หน้า ๕-๗
สาระสำคัญ

Rethink หมายถึง  การคิดใหม่หรือการพิจารณาใหม่ต่อแผนงาน ความคิดและระบบทั้งหลายเพื่อเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงแผนงาน ความคิดหรือระบบนั้น 
            Rethinking the Future คือ หนังสือที่รวบรวมคำสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ธุรกิจและการจัดการระดับโลกจำนวน 16 คน ที่อรรถธิบายเรื่องราวของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีผลกระทบต่อธรรมชาติของการทำงานขององค์กรบริหารงาน ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ โดยบอกเล่าถึงวิธีคิดใหม่ที่หันเหไปจากรูปการจัดองค์กรตามแบบฉบับ การกระจายอำนาจแนวคิดและแนวปฏิบัติใหม่ ซึ่งบรรษัทและรัฐชาติขนาดใหญ่จำใจต้องหลีกทางให้แก่องค์กรที่เป็นเครือข่ายในระดับโลก
            ผู้เรียบเรียงเสนอให้บรรดาผู้บริหารองค์กรทั้งหลายพิจารณาออกแบบองค์กรเสียใหม่ ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมแห่งการแข่งขันอันเข้มข้น ปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเพื่อยกระดับความสามารถในการจัดการ 
            นอกจากนี้ยังเสนอให้ตรวจสอบบทบาทของผู้นำ อิทธิพลอันทรงพลังของวัฒนธรรมองค์กร ค้นหาหลักการทั่วไป และคุณค่าใหม่ที่ทำให้ประสบความสำเร็จของผู้นำองค์กร รวมทั้งนำเสนอกลยุทธ์เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาดในศตวรรษหน้า ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับปริมาณที่เพิ่มขึ้นของประชากรโครงสร้างใหม่ของโลก ตลอดจนเทคโนโลยีใหม่ทั้งหลาย 
            ที่สำคัญที่สุดคือ หนังสือเล่มนี้ได้ให้ความเข้าใจในภาพรวมแก่ผู้อ่านในการดิ้นรนค้นหาช่องทางธุรกิจสำหรับศตวรรษที่ 21 อย่างรอบด้าน

บันทึกการอ่าน


วันที่ ๘   กุมภาพันธ์ พ.๒๕๕๙
ทีมา:อาจารย์กำพล ทองบุญนุ่ม.จิตสดใสแม้กายพิการ.จิตสดใสแม้กายพิการ. ธรรมดา
 หน้า ๑-๕
        สาระสำคัญ


ผู้พิการเป็นอัมพาตเกือบทั้งตัว แม้แต่ขับถ่ายด้วยตัวเองก็ทำไม่ได้ ประสบความทุกข์แสนสาหัส แต่ ณ วันนี้เขามีความสุขมากกว่าก่อนเสียอีก 
ธรรมะมีอยู่ในทุกสิ่ง เหตุการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์ก็ดี หรือความคิดก็ดีล้วนแต่มาให้ศึกษาทั้งนั้น มาเป็นอารมณ์ให้ปฏิบัติ มาสอนธรรมะและมาแจกปัญญาให้ มาเพื่อทดสอบจิตใจเราก็มีหน้าที่สอบให้ผ่าน และบางครั้งก็สอบตกบ้างเหมือนกันแต่ไม่เป็นไรทำให้จิตมีประสบการณ์ และเป็นการฝึกจิตฝึกใจให้แข็งแกร่งไปด้วย ้สอบผ่านบ้างไม่ผ่านบ้าง นานวันเข้าก็มีผลทำให้ความรู้สึกตัวเจริญงอกงามขึ้นมาเป็นเงาตามตัว การเจริญสตินี่พึ่งได้จริงๆ เป็นการสร้างที่พึ่งให้กับจิตใจของเราจริงๆ เป็นธรรมโอสถที่ช่วยเยียวยาให้ชีวิตจิตใจของเราได้เข้าสู่สภาวะที่ปกติดังเดิม
ผลดีของความรู้สึกตัว ความรู้สึกตัวทำให้จิตเป็นอิสระจากกาย โดยไม่ต้องแบกภาระทางกายมากเกินไป ทั้งยังช่วยสกัดกั้นความคิด มิให้เข้าครอบงำจิตจนทำให้จิตต้องแปดเปื้อนและเสียความเป็นปกติไป ความรู้สึกตัวเปรียบเสมือนหน่วยกวาดล้างมลทิน และความเศร้าหมองภายในจิตใจทำให้จิตใจบริสุทธิ์ผ่องใส ช่วยจัดสรรชีวิตให้ดีขึ้นทุกวัน สมดังพุทธภาษิตที่กล่าวเอาไว้ว่า "คนมีสติย่อมดีขึ้นทุกวัน" ก็ดีขึ้นจริงๆ เป็นสันทิฎฐิโกและปัจจัตตังของผู้ที่ปฏิบัติเอง ความรู้สึกตัวเป็นสุดยอดของธรรมะทั้งหลายทั้งปวง นี่แหละคือที่พึ่งภายในอันประเสริฐ และเป็นหลักชีวิตคือความรู้สึกตัว ความพิการทำให้เป็นทุกข์ฉันใด ความรู้สึกตัวก็สามารถทำให้ออกจากทุกข์ได้ฉันนั้น ถึงแม้ร่างกายจะพิการจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องอาศัยผู้อื่นคอยช่วยเหลือและดูแล แต่ในส่วนของจิตใจนั้นไม่ต้องมีใครมาช่วยดูแล เพราะสามารถดูแลใจของตนเอง พึ่งใจตัวเองได้เพราะการปฏิบัติธรรมเจริญสติ


วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

บันทึกการอ่าน

วันที่ ๗   กุมภาพันธ์ พ.๒๕๕๙
ทีมา:ดร.พีรศักดิ์  วรสุนทโรสถ.วิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชน.มหันตภัยจากผลพวงทางเทคโนโลยี. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งปะเทศไทย(วท.)  . 
 หน้า ๑-๕

สาระสำคัญ

       ความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายของคนในสังคมปัจจุบันและความก้าวหน้าทันสมัยของ เครื่องมือทางเทคเทคโนโลยี เช่น การใช้สารเร่งผลผลิต เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะอำนวยควกสะดวกสบายให้แก่เรามากมายเพียงใด เราก็ควรคำนึงถึงผลร้ายที่จะตามมาด้วย เพราะสิ่งประดิษฐ์บางอย่างทำมาจากสารหรือวัตถุที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต และผู้บริโภคอาจถึงขั้นเสียชีวิต
จากการวิเคราะห์โดยหลายหน่วยงาน พบว่าในสิ่งแวดล้อมมีสารพิกระจายอยู่เต็มไปหมด
       ตัวอย่างสารพิษใกล้ตัวที่เป็นอันตราย ต่อสิ่งมีชีวิต เช่น สารตะกั่วจากการซ่อมแบเตอร์รี่ ก่อให้เกิดพิษต่อเม็ดเลือดแดง  สารปรอทจากการทำกระดาษ,พลาสติก ก่อให้เกิดโรคminamata ปอดอักเสบ ทำลายตับไตเมื่อสูดหายใจเข้าไป
       ของบางอย่างที่เราคิดว่าให้ประโยชน์แก่เรามากมายและใช้โดยไม่คำนึงว่ามันก็ สามารถให้โทษแก่เราได้เช่นเดียวกันหากเราใช้มันอย่างไม่ถูกวิธึ

ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน
       การจะเลือกของใช้หรือเครื่องมือควรคำนึงถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาด้วย เพื่อเป็นการรักษาคุณภาพของชีวิตและสิ่งแวดล้อมให้ดีตลอดไป ของทุกสิ่งมันสามารถให้ประโยชน์แก่เราได้มันก็ให้โทษแก่เราได้เช่นเดียวกัน

การนำข้อคิดที่ได้จาการอ่านไปใช้ประโยชนืในชีวิตประจำวัน
       ช่วยเตือนสติให้เราคำนึงถึงผลที่จะตามมาจากการใช้ของชนิดต่างๆ

วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

บันทึกการอ่าน

วันที่ ๖   กุมภาพันธ์ พ.๒๕๕๙

ทีมา: พ.ญ.พิสุทธิพร   ฉ่ำใจ.โรคอันตราย  อันเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน.โรคอันตราย  อันเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน.ต้นธรรม . 
 หน้า ๑๑-๑๕

สาระสำคัญ
            ฤดูร้อนของเมืองไทยมีความรุนแรงและแปรปรวนมากขึ้น  ดังเช่นใน พ.ศ.  2551  ที่ร้อนกว่า  3 ปีที่ผ่านมาในภาวะโลกร้อนอากาศร้อนเป็นอันตรายต่อคนทั้งด้านสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตเรียกว่า  โรคลมแดดหรือโรคลมจากอากาศร้อน  Heat  stroke  มีอาการทางร่างกายได้แก่อ่อนเพลีย  วิงเวียนศีรษะ  เดินโชเซ  อาการเพลียแดดที่เกิดภาวะร่างกายสูญเสียน้ำมากเกินไปจึงควรใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวเพื่อให้ร่างกายเย็นลง  แล้วดื่มน้ำผลไม้เย็นๆสร้างความเย็นและชดเชยน้ำที่เสียไป  และอีกโรคหนึ่งที่น่ากลัวคือโรคมะเร็งผิวหนัง skin  cancer  ซึ่งมีหลายชนิดมะเร็งผิวหนังเรียกว่า เป็นผื่นเล็กๆ  มีขุย  มักจะพบในบริเวณหน้า  แขนและหลังมือ  โดยเฉพาะบริเวณที่ได้รับแสงมาก  หากไม่รักษาก็จะกลายเป็นมะเร็งในภายหลังสาเหตุส่วนใหญ่คือ  แสงอัลตราไวโอเคต  ยู วีเอและยูวีบีและใช้ยาที่มีส่วนประกอบสารหนูเมื่อรับประทานนานๆจะทำให้เป็น โรคผิวหนังหรือผู้ที่สัมผัสน้ำมันและสารเคมีก่อมะเร็งประจำและส่วนน้อยเกิด จากกรรมพันธุ์  คนผิวขาวและผมสีบลอนด์ไวต่อแสงแดด มากกว่าทำให้ผิวไหม้แดดง่ายมีโอกาสเสี่ยงสูงต่อมะเร็งผิวหนังเพราะมีเม็ดสี ผิวน้อยความสามารถในการป้องกันเซลล์ผิวหนังจากแสงอัลตร้าไวโอเลตจึงมีน้อย กว่าคนผิวคล้ำ  จะพบมะเร็งผิวหนังได้บ่อยในคนที่เป็นโรคผิวหนังที่เรียกว่าคนผิวเผือกAlbinism
ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน
โรคต่างๆอันเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน  ทุกๆคนต้องรู้และใส่ใจเป็นพิเศษ  เพราะเรื่องไกลตัวของเราอีกต่อไปแล้ว  ทุกชีวิตที่อยู่ร่วมกับเราและคนรอบข้างถ้วนเป็นบุคคลที่เสี่ยงต่อโรคภัยทั้งสิ้น



การนำข้อคิดที่ได้จากการอ่านไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
การตระหนักถึงภัยไข้เล็บ  และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่จะก่อใกล้เกิดโรคในชีวิตประจำวัน  เราสามารถหลีกเลี่ยงได้  การอ่านบทความเรื่องนี้ทำให้เราสามารถรู้วิธีการป้องกัน  บรรเทา  อาการโรคต่างๆ  ที่มากับแดดร้อนๆ ซึ่งเราเผชิญอยู่ทุกวัน